
นิทานพื้นบ้านไทย
เกาะหนู เกาะแมว และดวงแก้วกลางทะเล
⏱ 6–9 นาที
ท้าวสามนต์จัดพิธีให้ธิดาเสี่ยงมาลัยเลือกคู่ เจ้าชายจากหลายเมืองแต่งองค์งดงามและกล่าวถึงทรัพย์กับชัยชนะของตน รจนากลับสงสัยว่า เสื้อผ้า คำยกยอ และตำแหน่ง จะบอกได้จริงหรือว่าใครเป็นคนเช่นไร
เช้าวันนั้น รจนาเห็นชายแปลกหน้าสวมเสื้อคลุมและหน้ากากจักสานเก็บกำไลที่เด็กยกดอกไม้ทำหล่น เขาคุกเข่าคืนให้ ปลอบเด็กไม่ให้กลัว และเดินจากไปโดยไม่รับรางวัล ผู้คนหัวเราะเครื่องแต่งกายของเขา แต่รจนาจดจำความอ่อนโยนนั้นไว้
เมื่อธิดาองค์อื่นเลือกคู่แล้ว ท้าวสามนต์ให้พาชายในรูปอำพรางเข้ามาเป็นคนสุดท้าย เสียงหัวเราะดังทั่วท้องพระโรง ชายผู้นั้นคือพระสังข์ เขานิ่ง ไม่โต้ตอบคำดูหมิ่น และอธิษฐานให้รจนาเห็นความจริงที่ไม่อาจเห็นด้วยตาเพียงอย่างเดียว
ชั่วขณะหนึ่ง รจนาเห็นแสงสีทองอ่อนล้อมภาพชายคนเดิมกำลังคืนกำไลและช่วยยกตะกร้าดอกไม้ ไม่ใช่ใบหน้ารูปงามที่ตัดสินใจแทนนาง แต่เป็นการกระทำที่ตรงกับสิ่งซึ่งนางเห็นมาแล้ว รจนาจึงเสี่ยงมาลัยให้พระสังข์ แล้วกล่าวว่า “หม่อมฉันเลือกคนที่ทำดีเมื่อไม่มีใครคิดจะชม”
ท้าวสามนต์กริ้ว เพราะรจนาไม่เลือกตามที่พระองค์คาดไว้ จึงให้ทั้งสองออกไปอยู่กระท่อมปลายนา รจนากลัวความลำบาก แต่ไม่กล่าวโทษใคร นางบอกพระสังข์ว่า “ข้าเป็นผู้เลือก และจะช่วยสร้างชีวิตจากทางเลือกนี้” ทั้งคู่จึงลงมือซ่อมหลังคาด้วยกัน
เมื่อฝนแรกโปรยลงมา เด็กยกดอกไม้กับชาวบ้านที่เคยได้รับความช่วยเหลือนำไม้ไผ่ เสื่อ และอาหารมาแบ่งกัน พระสังข์ถอดหน้ากากจักสาน เผยใบหน้าเดิมใต้แสงทอง รจนาหัวเราะเบาๆ “ข้าเพิ่งเห็นใบหน้าท่านวันนี้ แต่ข้าเห็นน้ำใจท่านตั้งแต่วันก่อนแล้ว” แล้วนางแขวนมาลัยไว้เหนือประตูบ้านที่ทั้งสองสร้างร่วมกัน
อย่าให้รูปลักษณ์หรือฐานันดรวัดคุณค่าของใครแทนเรา จงสังเกตการกระทำ คิดด้วยเหตุผล และรับผิดชอบต่อทางเลือกของตน
เมื่อรจนาต้องเลือกคู่ต่อหน้าคนทั้งวัง นางไม่ยอมให้เครื่องแต่งกายหรือฐานันดรตัดสินคุณค่าของใคร มาลัยของนางจึงมอบให้ชายในรูปอำพรางซึ่งการกระทำซื่อตรงกว่าคำโอ้อวดทั้งหลาย
นิทานแนวเดียวกันที่คัดมาให้อ่านต่อ