
นิทานพื้นบ้านไทย
พญาคันคากกับฝนที่หายไป
⏱ 6–9 นาที
ตำนานสงขลาเล่าว่า นานมาแล้วมีพ่อค้าชาวจีนเดินเรือสำเภามาค้าขายที่เมืองสงขลาเสมอ เขารับหมากับแมวจากฝั่งไปดูแลบนเรือ ทั้งสองไม่อดอยาก แต่ยิ่งไกลฝั่งก็ยิ่งคิดถึงบ้าน ส่วนหนูตัวหนึ่งซึ่งอาศัยใต้ดาดฟ้าก็เฝ้าฝันถึงผืนดินเช่นกัน
หมารู้ว่าพ่อค้าเก็บดวงแก้ววิเศษซึ่งช่วยให้ผู้ถือไม่จมน้ำ แมวจึงชวนหนูนำมันออกมา แล้วทั้งสามจะว่ายกลับฝั่งด้วยกัน หนูถามว่า “เราขอเขาก่อนไม่ได้หรือ แล้วถึงฝั่งใครจะคืนแก้ว” ไม่มีใครตอบให้ชัด ความคิดถึงบ้านกับความรีบร้อนทำให้พวกมันเลือกทางลัดที่รู้ว่าไม่ถูกต้อง
เมื่อเรือกลับมาใกล้สงขลา หนูลอดเข้าไปคาบดวงแก้ว แล้วทั้งสามลงทะเล หนูว่ายนำพร้อมอมแก้วไว้ แมวตามกลางทาง หมาอยู่ท้าย คลื่นยาวยกพวกมันขึ้นลง แต่แสงจากแก้วห่อหุ้มทั้งสามไว้ และชายฝั่งดูเหมือนใกล้เข้ามาทีละน้อย
กลางทะเล หนูกลัวว่าเมื่อถึงฝั่งเพื่อนจะแย่งแก้วไป แมวก็กลัวว่าหนูจะหนีไปกับแก้ว จึงว่ายเข้าใกล้เพื่อถาม แต่หนูไม่อาจพูดทั้งที่คาบแก้ว และเข้าใจว่าแมวกำลังจะตะปบ มันเร่งหนีจนดวงแก้วหลุดจากปาก ประกายกลมค่อยๆ จมลงสู่สีน้ำเงินลึก
เมื่อแสงดับ คลื่นก็พัดทั้งสามแยกจากกัน ตำนานเล่าว่า พวกมันไม่ได้กลับถึงบ้านในร่างเดิม รุ่งเช้า เกาะเล็กสองเกาะปรากฏเป็นเกาะหนูและเกาะแมว หมากลายเป็นเขาตังกวนริมฝั่ง ส่วนดวงแก้วแตกละเอียดเป็นทรายระยับของหาดทรายแก้ว ทะเลสงบนิ่ง แต่เรื่องของพวกมันยังอยู่
หลายชั่วคนต่อมา เด็กคนหนึ่งยืนกับยายที่ชายฝั่งสงขลา มองเกาะทั้งสองเหนือทะเล ยายบอกว่า “ตำนานไม่ใช่แผนที่วิทยาศาสตร์ แต่มันช่วยให้เราจำคำถามสำคัญ” เด็กจึงตอบว่า “ก่อนร่วมทาง หนูจะถามก่อน บอกสิ่งที่กลัว และตกลงว่าใครรับผิดชอบอะไร” ลมทะเลพัดเบาๆ ราวกับเรื่องเก่ากำลังรับฟัง
แผนร่วมกันต้องเริ่มด้วยการขออนุญาต พูดความกลัว และตกลงหน้าที่ให้ชัด เพราะความระแวงที่เก็บเงียบอาจทำให้ทุกคนสูญเสียสิ่งสำคัญ
ตำนานสงขลาเล่าว่า หมา แมว และหนูคิดถึงบ้านจนเลือกทางลัดด้วยดวงแก้ววิเศษ แต่เมื่อไม่มีใครพูดความกลัวของตน ความระแวงกลางทะเลจึงเปลี่ยนทั้งสามและชายฝั่งไปตลอดกาล
นิทานแนวเดียวกันที่คัดมาให้อ่านต่อ