
นิทานพื้นบ้านไทย
พญาคันคากกับฝนที่หายไป
⏱ 6–9 นาที
นานมาแล้วที่อ่าวน้อย ตาม่องล่ายกับยายรำพึงออกเรือและซ่อมอวนร่วมกัน ทั้งคู่มีลูกสาวชื่อยมโดย ผู้รู้ทางลม อ่านคลื่นเก่ง และอยากเป็นคนเลือกเส้นทางชีวิตของตนเอง ข่าวความสามารถของเธอเดินทางไปไกลกว่าข่าวความงามเสียอีก
วันหนึ่งเจ้าลายจากเพชรบุรีมาขอทำความรู้จัก ยายรำพึงชอบความสุภาพของเขาจึงรับปากเรื่องแต่งงานไว้ก่อน อีกวันเรือสำเภาจากแดนไกลเข้าอ่าว ตาม่องล่ายก็รับปากกับบุตรเจ้ากรุงจีนเช่นกัน ทั้งสองคิดว่ากำลังเลือกสิ่งดีที่สุดให้ลูก แต่ไม่มีใครถามยมโดยสักคำ
เช้าวันนัด ขบวนเจ้าลายมาทางหาดพร้อมข้าวของจากเพชรบุรี ส่วนขบวนสำเภาเข้ามาทางทะเลพร้อมพานจากเมืองจีน ทั้งสองถึงหน้าบ้านเวลาเดียวกัน กลองคนละจังหวะดังทับกัน ตาม่องล่ายกับยายรำพึงจึงเพิ่งรู้ว่าต่างคนต่างให้คำสัญญาเดียวกัน
เสียงเถียงดังแข่งกับกลอง จังหวะนั้นลมทะเลกระโชกแรง พัดหมวก สาก จาน ตะเกียบ หมาก และขนมจากพานปลิวว่อน บ้างตกใกล้เขา บ้างลอยไปตามคลื่น ผู้คนภายหลังจึงเล่าว่า ของเหล่านั้นกลายเป็นเกาะหมวก เกาะสาก เกาะจาน เขาตะเกียบ และเกาะหมากตามชายฝั่ง
“หยุดก่อนค่ะ!” ยมโดยก้าวมายืนกลางลาน “พ่อกับแม่รักหนู แต่หนูไม่ใช่ของในพานที่จะแบ่งหรือยกให้ใคร คำตอบเรื่องชีวิตหนูต้องมีเสียงของหนูด้วย” เจ้าลายกับบุตรเจ้ากรุงจีนวางพานลง ทั้งคู่ยอมรับว่า คำตอบที่ไม่ได้มาจากยมโดยย่อมยังไม่ใช่คำตอบ
ตาม่องล่ายกับยายรำพึงขอโทษลูกและช่วยกันคืนของหมั้น ขบวนทั้งสองแยกย้ายโดยไม่มีผู้ชนะหรือผู้แพ้ ส่วนยมโดยยังคงออกเรือ อ่านลม และเลือกอนาคตด้วยตนเอง เมื่อคนริมอ่าวชี้ไปยังภูเขาและเกาะรูปแปลก พวกเขาจึงเล่าเรื่องของวันซึ่งคำสัญญาสองคำเกือบกลบเสียงสำคัญที่สุด
ความหวังดีไม่ให้สิทธิ์ใครตัดสินชีวิตแทนกัน คำสัญญาที่เกี่ยวกับผู้อื่นต้องเริ่มจากการถามและฟังคำตอบของเขา
เมื่อพ่อกับแม่ต่างรับขันหมากให้นางยมโดยโดยไม่ถามเธอ ขบวนจากสองเมืองจึงมาถึงอ่าวน้อยพร้อมกัน ท่ามกลางลมทะเลและของที่กระจายเป็นภูมินาม ยมโดยต้องหยุดทุกคนและทวงสิทธิ์ในคำตอบของตนเอง
นิทานแนวเดียวกันที่คัดมาให้อ่านต่อ